ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปเดินชมโชว์รูมจำหน่ายของตกแต่งบ้านหลายๆ
แห่ง โดยมุ่งไปที่แผนกที่เกี่ยวกับโคมไฟ หลอดไฟ เพื่อต้องการนำมาจัดสวนบ้านของผมเอง
หลังจากเดินอยู่นานไปก็หลายที่ก็เจอโคมไฟที่ต้องการ แต่ก็แน่นนอนถึงแม้จะได้โคมแล้วแต่ก็ยังต้องเลือกหลอดไฟแยกต่างหาก
พนักงานจึงได้เอ่ยถามขึ้นมาว่า ต้องการหลอดไฟประเภทใด ผมจึงถามกลับไปว่า
มีแบบใดบ้าง จึงได้คำตอบมาว่า มีแบบ Warm White และ Daylight ผมจึงเกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่า หากคนธรรมดาทั่วๆ ไป ที่ไม่ได้ศึกษาข้อมูลเรื่องเกี่ยวกะไอ้หลอดไฟแบบ
Warm White และ Daylight อะไรนี้มาก่อนจะเลือกซื้อได้เหรอ?
อาจทำให้มึนงงกันได้ ว่าทั้งสองชนิดนี้ มันแตกต่างกันอย่างไร
มีแค่สองแบบหรือมีแบบอื่นอีกหรือไม่ จึงเป็นที่มาของบทความเล็กๆ น้อยๆ
ไว้เป็นความรู้คู่บ้านกันนะครับ
ประเภทของแสงหลอดไฟ
1. วอร์มไวท์ (Warm
White) ให้โทนแสงนวลตา เป็นสีโทนอุ่น ให้ความสว่างไม่มากนัก ออกสีทองส้ม
เหมาะกับการใช้เพื่อประดับตกแต่งมากกว่าเน้นการมองเห็น ประยุกต์ใช้ร่วมกับการจัดสวนได้ดี
แสงวอร์มไวท์ จะสะท้อนกับวัสดุให้แสงสีทอง
ทำให้บริเวณพื้นที่ดูงดงามขึ้นมาทันตาเห็น หากนำไปใช้ตกแต่งภายใน
เหมาะกับแสงภายในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องที่ใช้ในการพักผ่อน
ไม่เพียงแค่สร้างความอบอุ่นเท่านั้น แต่แสงชนิดวอร์มไวท์ ยังให้ความรู้สึกโรแมนติก
ผ่อนคลายอีกด้วยนะ สถานที่พักต่างๆ จึงนิยมใช้หลอดไฟชนิดนี้มาตกแต่งกัน
2. เดย์ไลท์ (Day
Light) โทนแสงสว่างตา
เป็นโทนแสงเดียวกับแสงกลางวัน ให้แสงสว่างสูง ออกไปในโทนสีฟ้า มองเห็นได้ชัด
ให้ความรู้สึกสดใส กระฉับกระเฉง ตื่นตัว ประยุกต์ใช้กับการทำงานเป็นหลัก เช่น
ห้องทำงาน ภายในออฟฟิศ สำนักงาน ห้องครัว หรือแม้แต่ห้องนอน
ในมุมที่ต้องการแสงสว่างอย่างเพียงพอ อาทิเช่น มุมอ่านหนังสือ มุมทำงาน
อาจเรียกได้ว่า เป็นชนิดหลอดไฟที่ได้รับความนิยมในการใช้งานมากที่สุดก็ว่าได้
เนื่องด้วยคุณสมบัติที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน สามารถนำไปใช้ได้ทุกๆงาน
3. คูลไวท์ (Cool White) โทนแสงระหว่าง
วอร์มไวท์และเดย์ไลท์ เรียกได้ว่า หากใครต้องการความเป็นกลาง เลือกไม่ถูกระหว่าง 2
ตัวเลือกก่อนหน้านี้ คูลไวท์อาจเป็นอีกหนึ่งคำตอบได้เป็นอย่างดี
ระดับแสงคูลไวท์ สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานได้ทุกรูปแบบ ทั้งภายในและภายนอก
ลดความอุ่นของแสงสีส้ม และลดความสว่างของแสงเดย์ไลท์ ทำให้เกิดความสมดุล
ลักษณะเป็นแสงสีขาวนวลตา
รู้จักกันไปครบทั้ง 3 แบบแล้ว
ทั้งนี้ การเลือกซื้อนำมาใช้งานจริง ก็ไม่ได้มีทฤษฎี หรือกฎเกณฑ์ใดตายตัว
ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวล้วนๆเลยหละครับ อาจสรุปง่ายๆ หากต้องการแสงไฟ สำหรับการพักผ่อน ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
เลือกมาทางฝั่ง Warm White แต่หากต้องการเน้นแสงสว่าง เน้นใช้ทำงาน มองเห็นอย่างชัดเจน เลือกมาทาง
Day Light และหากลังเลใจ ก็จัด Cool White ไปเลยครับ
โทรทัศน์
ปิดโทรทัศน์ทันทีเมื่อไม่มีคนดู
เพราะการเปิดทิ้งไว้นอกจากเปลืองไฟแล้ว ยังทำให้โทรทัศน์เสื่อมเร็วขึ้นอีกด้วย
อยู่บ้านเดียวกันพยายามดูโทรทัศน์เครื่องเดียวกัน
ไม่ควรปรับจอโทรทัศน์ให้สว่างมากเกินไป
และไม่ควรเปิดเสียงดังเกินความจำเป็น เพราะเปลืองไฟ และทำให้อายุเครื่องสั้นลง
ดึงปลั๊กออกถ้าไม่อยู่บ้าน
คอมพิวเตอร์
อย่าเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ถ้าไม่ใช้งาน
และแนะนำให้ติดตั้งระบบลดกระแสไฟฟ้าเข้าเครื่องเมื่อพักการทำงาน
จะประหยัดไฟได้ร้อยละ 35-40 และถ้าหากปิดหน้าจอทันทีเมื่อไม่ใช้งาน
จะประหยัดไฟได้ร้อยละ 60
ตู้เย็น
เลือกขนาดตู้เย็นให้เหมาะกับขนาดครอบครัว
อย่าใช้ตู้เย็นใหญ่เกินความจำเป็นเพราะกินไฟมาก และควรเลือกซื้อตู้เย็นประตูเดียว
เพราะตู้เย็น 2 ประตูจะกินไฟมากกว่าตู้เย็นประตูเดียวที่มีขนาดเท่ากัน
เนื่องจากต้องใช้ท่อน้ำยา
ทำความเย็นที่ยาวและใช้คอมเพรสเซอร์ขนาดใหญ่กว่าและเมื่อนำตู้เย็นเข้าบ้าน
ควรตั้งตู้เย็นห่างจากผนังบ้าน 15 เซนติเมตร
ปิดตู้เย็นให้สนิท
อย่าเปิดตู้เย็นบ่อย อย่านำของร้อนแช่ในตู้เย็น และหมั่นทำความสะอาดภายในตู้เย็น
รวมถึงแผ่นระบายความร้อนหลังตู้เย็น เพื่อที่ตู้เย็นจะได้ไม่ต้องทำงานหนัก
ควรเลือกตู้เย็นที่มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ
เพราะการปล่อยให้น้ำแข็งจับหนาเกินไปจะทำให้เครื่องต้องทำงานหนัก
หมั่นตรวจสอบขอบยางประตูของตู้เย็นไม่ให้เสื่อมสภาพ
เพราะจะทำให้ความเย็นรั่วออก
เตารีด
เสียบปลั๊กครั้งเดียวต้องรีดให้เสร็จ
ไม่ควรเสียบและถอดปลั๊กเตารีดบ่อยๆ เพราะการทำให้เตารีดร้อนแต่ละครั้งกินไฟมาก
ไม่ควรพรมน้ำจนแฉะเวลารีดผ้า
เพราะเตารีดต้องใช้ความร้อนในการรีดมากขึ้น
ควรดึงปลั๊กออกก่อนการรีดเสื้อผ้าเสร็จ
เพราะความร้อนที่เหลือในเตารีดสามารถรีดต่อจนกระทั่งเสร็จได้
เตาหุงต้ม
ใช้เตาแก๊สประหยัดกว่าใช้เตาไฟฟ้า
อย่าเสียบปลั๊กหม้อหุงข้าวทิ้งไว้
เพราะระบบอุ่นจะทำงานตลอดเวลาทำให้สิ้นเปลืองไฟ
กาต้มน้ำไฟฟ้า
ต้องดึงปลั๊กออกทันทีเมื่อน้ำเดือด อย่าเสียบไฟไว้เมื่อไม่มีคนอยู่
เพราะนอกจากเปลืองพลังงานแล้ว ยังอาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้
การตกแต่งบ้าน
ควรใช้สีอ่อนตกแต่งผนังบ้าน
เพราะช่วยให้ห้องสว่าง และทาผนังนอกบ้านเพื่อการสะท้อนแสงได้ดี
ใช้แสงสว่างจากธรรมชาติให้มากที่สุด
เช่น ติดตั้งกระจกหรือฟิล์มที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อน แต่ยอมให้แสงผ่าน
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงไม่กี่วิธีในการประหยัดพลังงาน
ยังมีวิธีที่เราสามารถช่วยโลกและช่วยกระเป๋าสตางค์ตัวเองได้อีกมากมาย
และจะเห็นได้ว่าวิธีที่แนะนำไปนั้น ไม่ใช่วิธีที่ยากเกินความสามารถของเราเลย
เป็นที่ทราบกันดีว่าเรากำลังอยู่ในยุคสมัยที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตปัญหาโลกร้อน
ซึ่งเราทุกคนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีส่วนร่วมช่วยกันแก้ไขวิกฤตนี้
เพื่อให้โลกใบใสๆ ของเราทุเลาจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วย และเพื่อพวกเราทุกคน
เครื่องใช้ไฟฟ้าโดยทั่วไป
-
เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานเบอร์ 5
-
ซ่อมบำรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้
และหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ จะลดการสิ้นเปลืองไฟได้
สวิตซ์
ปิดสวิตซ์ไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดเมื่อเลิกใช้งานให้เป็นนิสัย
แยกสวิตซ์ไฟออกจากกันให้สามารถเปิด-ปิดได้เฉพาะจุด
ไม่ควรใช้ปุ่มเดียวเปิด-ปิดทั้งชั้น เพราะทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน
หลอดไฟ
ใช้หลอดผอมจอมประหยัดแทนหลอดอ้วน
ใช้หลอดตะเกียบแทนหลอดไส้ หรือใช้หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์
และควรใช้บัลลาสต์ประหยัดไฟหือบัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์คู่กับหลอดผอมจอมประหยัด
จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดไฟได้อีกมาก
ใช้หลอดไฟที่มีวัตต์ต่ำในบริเวณที่จำเป็นต้องเปิดทิ้งไว้ทั้งคืน
ใช้โคมไฟที่โต๊ะทำงานหรือติดตั้งไฟเฉพาะจุด
แทนการเปิดไฟทั้งห้อง
หมั่นทำความสะอาดหลอดไฟอย่างน้อย
4 ครั้งต่อปี จะช่วยเพิ่มแสงสว่างโดยไม่ต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้น
เครื่องปรับอากาศ
ควรเลือกขนาด BTU
เครื่องปรับอากาศให้เหมาะกับขนาดห้องและทิศทางแดด
ตลอดจนคำนึงถึงคุณสมบัติการนำความร้อนที่ผนัง เช่นมีกระจกหรือไม่
ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่
25 องศาเซลเซียส รู้ไหมว่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเพียง 1 องศาเซลเซียส
ทำให้เครื่องปรับอากาศต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 5-10
หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศเพื่อลดการเปลืองไฟ
ติดตั้งฉนวนกันความร้อนหรือใช้มู่ลี่กันสาดในห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศ
เพื่อลดการสูญเสียพลังงานจากการถ่ายเทความร้อนเข้ามาภายในอาคาร
พร้อมทั้งอุดรอยรั่วในห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศ ไม่ว่าจะเป็นตามผนังฝ้าเพดาน
ประตู ช่องแสง ฯลฯ เพื่อกันความเย็นรั่วไหลออกจากห้อง
ไม่ควรเก็บเอกสารหรือสิ่งของที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ
เพื่อลดการใช้พลังงานในการปรับอากาศภายในห้อง
หลีกเลี่ยงการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีการปล่อยความร้อน
เช่น กาต้มน้ำ หม้อหุงต้ม ฯ ไว้ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ
หากอากาศไม่ร้อนเกินไป
แนะนำให้เปิดพัดลมแทนเครื่องปรับอากาศ เพราะประหยัดพลังงานกว่ากันเยอะ
ควรปลูกต้นไม้รอบๆ
อาคาร เพราะต้นไม้ใหญ่ 1 ต้นให้ความเย็นเท่ากับเครื่องปรับอากาศ 1 ตัน
หรือให้ความเย็นประมาณ 12,000 BTU
และควรปลูกต้นไม้ช่วยบังแดดบ้างบ้านหรือบนหลังคาบ้าน เพื่อลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ