
วิธีแก้ปัญหาผนังรั่วซึม
เมื่อผ่านพ้นช่วงฤดูร้อนไปแล้ว ฤดูที่กำลังใกล้เข้ามาถึงก็คือฤดูฝน หลายๆ พื้นที่ในประเทศก็ได้รับฝนตกหนักกันไปบ้างแล้วในช่วงนี้ และแน่นอนว่าปัญหาที่สร้างความหนักใจให้กับเจ้าของบ้านอย่างหนึ่งในช่วงของฝนตกบ่อยๆ อย่างนี้คือ ปัญหาผนังรั่วซึม เมื่อผนังรั่วซึม สิ่งที่ตามก็คือ เชื้อรา รอยกระด่างกระดำ ตะไคร้ ติดตามผนังบ้าน ทำให้บ้านที่เคยสวยงาม กลับไม่น่าดูชมสักเท่าไร ผนังรั่วซึมมีสาเหตุมาจาก ตอนที่ก่อสร้าง มีการก่อฉาบผนังได้ไม่ดีพอ กรรมวิธีการก่อสร้างไม่ถูกต้อง ไม่มีการติดตั้งระบบกันการรั่วซึม ทำให้เกิดเป็นรอยร้าวแตกที่ผนัง หรือเกิดจากสภาพอายุการใช้งานแต่ปัญหาทุกปัญหาย่อมมีทางออก มีวิธีแก้ไข วิธีแก้ปัญหาผนังรั่วซึมมีดังต่อไปนี้
1.สำหรับบ้านใหม่ ที่กำลังก่อสร้าง ต้องควบคุมการก่อสร้างให้ดี ตรวจสอบการฉาบผนังให้มีความเรียบร้อย ให้ถูกต้องตามขั้นตอน ปัญหาของผนังไม่เพียงแค่การรั่วซึม ยังมีปัญหาการแตกลอกร่อน ของสีและผิวปูน ส่วนใหญ่มักเกิดจากการผสมปูนและทราย ในอัตราส่วนที่ไม่เหมาะสม การเลือกช่างหรือผู้รับเหมาที่มีความชำนาญการ ไว้ใจได้ จึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการสร้างบ้านใหม่ แต่แน่นอนว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ที่จะหาได้ หากคุณไม่ได้รู้จักใครเป็นการส่วนตัว ทั้งนี้ การไม่จู้จี้จุกจิกจนเกินไปของเจ้าของบ้าน ก็เป็นหลักจิตวิทยาเล็กๆน้อยๆ สร้างความพึงพอใจต่อกันและกัน ผลงานดีๆ ก็อาจเกิดขึ้นได้โดยง่าย
2.สำหรับบ้านเก่า ต้องแก้ที่ปลายเหตุ โดยการทำความสะอาดรอยร้าวนั้น ฉีดสารเชื่อมประสาน เข้าไปในรอยร้าว แล้วทาด้วยวัสดุกันซึม ทาทับ 2 รอบ จากนั้นทำการทาสีผนังใหม่ ให้สวยงาม แต่หากจะทำใหม่บางส่วน ต้องรื้อผนังบางส่วนที่ติดกับคานนั้นออก แล้วก่ออิฐใส่เข้าไปใหม่ แล้วจึงฉาบปูนทับอีกชั้นหนึ่ง ที่สำคัญต้องใส่ใจกรรมวิธีการทำเป็นพิเศษ ฉาบผนังให้ดี เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาซ้ำรอยเดิมอีก

ซิลิโคน เป็นสารเอนกประสงค์ที่ใช้ในงานก่อสร้างและงานทั่วไป ไม่ว่าสารเหล่านั้นจะเรียกว่าอะไร เรามักจะเรียกว่า ซิลิโคน เสมอๆ จึงขอแนะนำดังนี้
ซิลิโคน มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไปมากกว่า 100 ชนิด มีความสามารถในการ ยึดเกาะกับกระจกได้ดี ทนน้ำได้ดี ทนสารเคมี เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ ได้ดี แต่ใช้กับงานปูนได้ไม่ดีเท่าไหร่นักและทาสีทับไม่ได้
ซิลิโคน จึงเหมาะกับงานภายใน เช่น ใช้ยาแนวห้องน้ำ แต่มีข้อเสียตรงคุณสมบัติในการ ดูดฝุ่นเข้ามาง่ายๆ จึงต้องหมั่นทำความสะอาดบริเวณรอยต่อเหล่านี้เป็นพิเศษ
อะครีลิก ยืดหยุ่นตัวได้ดีมาก เกาะเกี่ยวกับคอนกรีตไม่ดีนัก ทาสีทับได้ นิยมใช้กับงานกระจกอลูมิเนียม
โพลียูริเทน ยึดเกาะกับคอนกรีตได้ดี ยืดหยุ่นตัวสูง ทนแสงอาทิตย์ เนื้อแข็งกว่าซิลิโคน ไม่ดูดฝุ่น ไม่เกิดเชื้อรา ทาสีทับ ได้ทันที จึงนิยมมาใช้กับรอยต่อของอาคารที่มาชนกับระหว่างอาคารเดิมกับอาคารใหม่
การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ยาแนว จึงต้องดูจุดประสงค์ให้ชัดว่าจะนำไปใช้เพื่ออะไรใช้ภายในหรือภายนอก จำเป็นต้องกันน้ำ หรือไม่ ต้องการทาสีทับหรือไม่ แล้วเลือกวัสดุให้ถูกต้องกับวัตถุประสงค์
ส่วนการปฏิบัติก่อนการใช้ ต้องปฏิบัติเหมือนๆ กันทุกผลิตภัณฑ์ คือ
1. บริเวณที่จะอุดยาแนวต้องสะอาด ปราศจากฝุ่นผง คราบน้ำมัน และคราบสกปรกต่างๆ
2. ต้องแห้ง ไม่มีน้ำ ไม่มีความชื้น
3. ผิวงานต้องราบเรียบพอสมควร
4. บริเวณที่จะอุดยาแนวต้องสกัดให้ความกว้าง-ยาว ได้สัดส่วน เช่น กว้าง 2 ซ.ม. ลึก 1 ซ.ม.
ปัญหาผนังรั่วซึมในช่วงหน้าฝน เป็นปัญหาที่แทบทุกบ้านจะต้องเจอ
ซึ่งอาจจะทำให้เจ้าของบ้านต้องปวดหัว เพราะปัญหาผนังรั่วซึม
จัดได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่ก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา การเกิดเชื้อราบนฝาผนัง
สีหลุดร่อน ผนังแตกร้าว
น้ำ
คือตัวการสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้สีหลุดร่อน
น้ำหรือความชื้นที่ขังอยู่ระหว่างสีและผิวของไม้หรือผนังทำให้สีหลุดร่อน ผนังแตก
และอาจเกิดเชื้อรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้ทำความสะอาดพื้นผิวก่อนการทาสี
ความชื้นอาจจะเข้าสู่เนื้อวัสดุได้ง่าย ความเสียหายภายหลังฝนจึงมักปรากฏอยู่เสมอ
ปัญหานี้คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า
เมื่อทำการผสมน้ำยากันซึมลงไปในคอนกรีตแล้ว
จะทำให้น้ำยาสามารถกันน้ำรั่วซึมได้ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ทว่า แท้จริงแล้ว ในขั้นตอนการทำงานซ่อมแซมผนัง
ยังมีโอกาสอีกมากที่จะเกิด “รูพรุนรั่วซึม” หรือที่เรียกว่า
“การเกิดช่องว่างในเนื้อคอนกรีต” ซึ่งจะทำให้น้ำสามารถซึมผ่านผนังกำแพงออกมาได้
นอกจากนี้
ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้ผนังรั่วซึม อันได้แก่
โครงสร้างของกำแพงคอนกรีตที่ไม่มีโครงสร้างระบบกันซึม
และโครงสร้างที่เกิดรอยแตกร้าว เนื่องจากการทำงานหรือการก่อสร้างที่ไม่ถูกวิธี
หรือแม้แต่การเกิดจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วงนั้น จนสามารถเกิดรอยแตกร้าว
ซึ่งเป็นจุดที่ให้น้ำสามารถรั่วซึมได้
หรืออาจจะเกิดจากผนังคอนกรีตที่สร้างไว้นานแล้ว
เกิดการเสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งาน
เริ่มจาก ผนังปูน
(ก่ออิฐฉาบปูน) ผนังประเภทนี้มีปัญหาสากลคือ การร้าว สาเหตุของการร้าวมีดังนี้
-
อิฐทรุดตัว
ส่งผลให้ปูนฉาบร้าว หากทรุดตัวมากผนังจะเสียรูปคือ บวม หรือเบี้ยว
ต้องมีการทุบและก่อใหม่แต่ส่วนมากไม่รุนแรงมากการแก้ไขทำได้โดยสกัดผิวและฉาบแต่งใหม่ด้วยปูนฉาบหรือวัสดุกันซึมต่างๆ
-
ปูนฉาบหัวตัว สาเหตุหลักมาจากช่วงเวลาของการฉาบปูนภายนอกอาคาร
หากฉาบในช่วงเวลาที่อากาศร้อนจัดหรือผนังอยู่ฝั่งที่โดนแสงแดดโดยตรงจะส่งผลให้ผนังหดตัว
เนื่องจากปูนฉาบแห้งเร็วเกินไปการแก้ไขทำได้โดยยาแนวรอบรอยร้าว
ด้วยวัสดุกันซึมที่ไม่มีการยืดหดตัวสูง
-
การรั่วซึมอีกอย่างของผนังปูนคือ การฉาบผนังเพียงด้านเดียว
พบมากกับอาคารประเภทตึกแถว
การก่อผนังแล้วปล่อยเปลือยจะส่งผลให้น้ำซึมผ่านรอยต่อของอิฐเข้ามาสู่ผนังด้านใน
เนื่องจากไม่มีปูนฉาบเป็นตัวขวางกั้น อีกทั้งตัวอิฐมอญ (อิฐแดง), คอนกรีตบล็อก
(สีเทาๆ) หรือคอนกรีตมวลเบา (สีขาวๆ) จะมีคุณสมบัติในการดูดซึมน้ำ
ดังนั้นนอกจากน้ำจะรั่วแล้วผนังยังจะชื้นตลอดเวลา
ทางที่ดีควรจะฉาบผนังทั้งสองด้านและผนังด้านนอกควรผสมกันซึมลงในปูนฉาบด้วย
-
ปูนฉาบหรือวัสดุเคลือบผิวหมดสภาพ
ตามอายุการใช้งาน สีทาอาคารควรจะมีอายุการใช้งานสูงสุด 10 ปี ดังนั้นต้องหมั่นดูแลรักษา
ทาสีเพื่อรักษาตัวปูนฉาบด้วย ส่วนปูนฉาบจะมีอายุการใช้งานประมาณ 20-25 ปี
หลังจากนั้นเนื้อปูนจะสูญเสียประสิทธิภาพ
ลักษณะจะร่วนและไม่เกาะตัวทำให้อาคารเก่าบางแห่งรั่วซึม
เนื่องจากปูนฉาบอาคารหมดสภาพขาดการดูแลรักษา
การหมั่นตรวจสอบและซ่อมแซมการใช้วัสดุทาผิวที่มีคุณสมบัติดีป้องกันแสงแดด
และมีการยึดเกาะสูงจะช่วยยืดอายุการใช้งานของผนังฉาบ
-
ผนัง บานประตู หน้าต่างที่เป็นไม้ สาเหตุหลักของบ้านฝาไม้ที่เกิดการรั่วซึม
เนื่องจากการยึดหดตัวของไม้ และการที่ไม้แตก สิ่งที่กระตุ้นอาการเหล่านี้ คือ
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการอยู่ของเจ้าของเดิม
บ้านเหล่านี้ก่อสร้างภายใต้สภาพแวดล้อมอากาศตามธรรมชาติ
เมื่อเวลาผ่านไปการใช้เครื่องปรับอากาศกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต
มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อลดความร้อน จากสภาพอากาศ
เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิภายในกับภายนอก ทำให้ไม้เกิดการยึดหดตัวอย่างรุนแรง
เกิดร่องรอย และแผ่นไม้แตกตามรอยตะปู
เนื่องจากการบิดตัวส่งผลให้น้ำสามารถลอดผ่านเข้ามาภายในบ้าน การแก้ไข
คือหากต้องการติดเครื่องปรับอากาศ
ท่านจะต้องลงทุนกรุผนังภายในด้วยยิปซัมบอร์ดเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในไว้และป้องกันความร้อนเข้า
และเนื่องจากยิปซัมต้องมีโครง อากาศภายในช่องว่างจะทำหน้าที่เป็นฉนวน
ซึ่งจะช่วยประหยัดไฟด้วย เนื่องจากทำห้องให้เป็นเหมือนคูลเลอร์
ในส่วนอื่นๆ
ของบ้านที่เจ้าของบ้านควรเอาใจใส่เช่นกัน คือ สวนหน้าบ้าน
เพราะบางครั้งประสบปัญหาน้ำท่วมขัง บริเวณสวน
จนทำให้ต้นไม้สุดรักสุดหวงของท่านล้มตายระเนระนาด การแก้ปัญหาก็ทำได้ง่ายๆ ดังนี้
-
การพรวนดินให้ร่วนซุยเป็นประจำจะทำให้ดิน
โปร่ง มีช่องว่างให้ดินดูดซับน้ำไว้ได้มาก
และทำให้น้ำซึมซับลงในระดับที่ลึกกว่าปกติทำให้ดินไม่ชังน้ำและทำให้รากเน่า
-
ทำทางระบายน้ำในสวน
อาจจะทำพื้นเอียงลาดชันเพื่อให้สามารถระบายน้ำได้เร็ว
-
หมั่นเก็บกวาดเศษใบไม้ บริเวณสวน
เพื่อไม่ให้ใบไม้ไปอุดตันบริเวณท่อน้ำ
เพราะฉะนั้น
การเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาบ้านในหน้าฝนนั้นจึงเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านควรหมั่นดูแลรักษาอยู่เสมอ
และไม่ควร หลีกเลี่ยงเกี่ยงทำเป็นอย่างยิ่ง
เพราะผนังบ้านมีจุดอ่อนมากมายทิ่อาจจะสร้างปัญหาจนทำให้ต้องปวดหัว
และอาจเสียค่าใช้จ่ายในจำนวนสูง ซึ่งในขณะที่ท่านกำลังอ่านบทความนี้อยู่
ตัวท่านเอง หรือบางท่านอาจกำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่ก็ได้...