
บางครั้งบางเรื่องปัญหาภายในบ้านของคุณอาจจะเป็นปัญหาที่คุณก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าใช้วิธีแบบนี้ก็แก้ปัญหาได้ วันนี้เราจึงมีคำแนะนำกลเม็ดเคล็ดลับวิธีการจัดการปัญหาภายในบ้านมาแนะนำ
1. หาก โรงรถ ของคุณมีกลิ่นอับ ลองขจัดกลิ่นด้วยการโรยหญ้าที่เพิ่งตัดมาใหม่ ๆ (เป็นหญ้าที่ใช้กรรไกรตัดหญ้าหรือเครื่องตัดหญ้าตัดนะครับไม่ใช้ขุดเอามาพร้อมรากพร้อมดินแบบนั่นใช้ไม่ได้นะครับ) ลงบนพื้นโรงรถ แล้วปล่อยทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง ต้นหญ้าจะดูดเอากลิ่นอับในโรงรถออกไปจนหมด
2. ถ้าต้องการ อบผ้า 2-3 ชิ้นให้แห้งเร็วขึ้น ทำได้โดยหาผ้าขนหนูสะอาด ๆ ใส่ลงไปในเครื่องด้วยเพราะผ้าขนหนูจะไปช่วยดูดซับความชื้นทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นอีก
3. วิธีทำให้ กรอบกระจกเงาหรือกรอบกระจกรูปภาพมองดูใหม่เสมอ ทำได้โดยการใช้ผ้าชุบน้ำมันสน แล้วทาบริเวณกรอบไม้ รอจนแห้งสนิท กรอบจะมองดูใหม่ทันที
4. วิธี ล้างคราบสกปรกที่แก้วเจียระไน ทำง่าย ๆ คือหาเปลือกฝรั่งใส่ลงไปในแก้วเจียระไน แช่ทิ้งไว้สัก 2-3 ชั่วโมง แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้แก้วจะดูใสสะอาด
5. วิธี ทำความสะอาดเครื่องเคลือบที่ทำด้วยทองเหลือง มีวิธีการทำง่าย ๆ คือนำเอาหัวหอมมาต้มในน้ำเดือด แล้วนำมาขัดลงบนเครื่องเคลือบเพียงเท่านี้เครื่องเคลือบจะมองดู ใหม่สะอาดหมดจดทีเดียว
6. วิธีการ ขจัดคราบไขมันที่ติดรอบท่ออ่างล้างจาน ซึ่งถ้าปล่อยไว้นาน ๆ จะเป็นเหตุให้ท่ออุดตันได้ มีวิธีทำคือ นำเกลือแกงใส่ลงไปในท่อ 2-3 ช้อน จากนั้นนำเบกกิ้งโซดาหรือผงฟูต้มน้ำให้เดือดแล้วเทลงไป ไขมันที่อุดตันก็จะหลุดออกไปหมด
7. วิธี ขจัดพวกมดแมลงมาขึ้นถังขยะ ทำได้ง่าย ๆ โดยหยดแอมโมเนียลงข้าง ๆ ถังขยะ สักเล็กน้อย กลิ่นแอมโมเนียจะทำให้มดแมลงไม่กล้าเข้ามาใกล้ถังขยะอีก
8. การ รักษาเครื่องมือทำสวนที่เป็นโลหะไม่ให้ผุกร่อน ได้ง่ายมี วิธีการรักษาโดยใช้วาสลินทาผิวของโลหะทุกครั้งเมื่อใช้เสร็จแล้ว และนำมาทำความสะอาดอีกครั้ง
9. การ ใช้เตาแก๊สแบบประหยัด ทำได้โดยปรับเปลวไฟให้เป็น้ำเงินเสมอ และไม่ควรเปิดไฟแก๊สให้สูงกว่าก้นหม้อด้วยจะทำให้หม้อร้อนช้า ควรปรับระดับให้พอดีกับก้นหม้อ
10. วิธี ดับกลิ่นเหม็นในถังขยะ ไม่ว่าจะเป็นหน้าบ้านหรือในบ้านให้หมดกลิ่นได้ทำได้โดยใส่เปลือกมะนาว หรือเปลือกส้มเขียวหวาน ส้มโอก็ได้ใส่ลงไปในถังขยะ กลิ่นส้มจะไปลดกลิ่นลงทำให้มีกลิ่นน้อยลง

วิธีแก้ปัญหาผนังรั่วซึม
เมื่อผ่านพ้นช่วงฤดูร้อนไปแล้ว ฤดูที่กำลังใกล้เข้ามาถึงก็คือฤดูฝน หลายๆ พื้นที่ในประเทศก็ได้รับฝนตกหนักกันไปบ้างแล้วในช่วงนี้ และแน่นอนว่าปัญหาที่สร้างความหนักใจให้กับเจ้าของบ้านอย่างหนึ่งในช่วงของฝนตกบ่อยๆ อย่างนี้คือ ปัญหาผนังรั่วซึม เมื่อผนังรั่วซึม สิ่งที่ตามก็คือ เชื้อรา รอยกระด่างกระดำ ตะไคร้ ติดตามผนังบ้าน ทำให้บ้านที่เคยสวยงาม กลับไม่น่าดูชมสักเท่าไร ผนังรั่วซึมมีสาเหตุมาจาก ตอนที่ก่อสร้าง มีการก่อฉาบผนังได้ไม่ดีพอ กรรมวิธีการก่อสร้างไม่ถูกต้อง ไม่มีการติดตั้งระบบกันการรั่วซึม ทำให้เกิดเป็นรอยร้าวแตกที่ผนัง หรือเกิดจากสภาพอายุการใช้งานแต่ปัญหาทุกปัญหาย่อมมีทางออก มีวิธีแก้ไข วิธีแก้ปัญหาผนังรั่วซึมมีดังต่อไปนี้
1.สำหรับบ้านใหม่ ที่กำลังก่อสร้าง ต้องควบคุมการก่อสร้างให้ดี ตรวจสอบการฉาบผนังให้มีความเรียบร้อย ให้ถูกต้องตามขั้นตอน ปัญหาของผนังไม่เพียงแค่การรั่วซึม ยังมีปัญหาการแตกลอกร่อน ของสีและผิวปูน ส่วนใหญ่มักเกิดจากการผสมปูนและทราย ในอัตราส่วนที่ไม่เหมาะสม การเลือกช่างหรือผู้รับเหมาที่มีความชำนาญการ ไว้ใจได้ จึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการสร้างบ้านใหม่ แต่แน่นอนว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ที่จะหาได้ หากคุณไม่ได้รู้จักใครเป็นการส่วนตัว ทั้งนี้ การไม่จู้จี้จุกจิกจนเกินไปของเจ้าของบ้าน ก็เป็นหลักจิตวิทยาเล็กๆน้อยๆ สร้างความพึงพอใจต่อกันและกัน ผลงานดีๆ ก็อาจเกิดขึ้นได้โดยง่าย
2.สำหรับบ้านเก่า ต้องแก้ที่ปลายเหตุ โดยการทำความสะอาดรอยร้าวนั้น ฉีดสารเชื่อมประสาน เข้าไปในรอยร้าว แล้วทาด้วยวัสดุกันซึม ทาทับ 2 รอบ จากนั้นทำการทาสีผนังใหม่ ให้สวยงาม แต่หากจะทำใหม่บางส่วน ต้องรื้อผนังบางส่วนที่ติดกับคานนั้นออก แล้วก่ออิฐใส่เข้าไปใหม่ แล้วจึงฉาบปูนทับอีกชั้นหนึ่ง ที่สำคัญต้องใส่ใจกรรมวิธีการทำเป็นพิเศษ ฉาบผนังให้ดี เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาซ้ำรอยเดิมอีก

ปัญหาฝาเพดาน รั่ว อากาศ ร้อน มักจะเป็นปัญหาที่เกิดจากหลังคา ฉะนั้น ไม่ว่าจะมุง หลังคาด้วยวัสดุอะไรก็ตาม ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในการมุงหลังคากับวัสดุนั้นๆ อย่างเคร่งครัด วัสดุแต่ละชนิดจะมีเทคนิคการมุงเฉพาะที่ไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น
การมุงกระเบื้องโมเนีย ก็จะ มีการกำหนดว่า
1. หลังคาต้องเอียงไม่น้อยกว่า 17 องศา
2. ระดับหลังไม้เชิงชายคา รอบชายคาต้องสูงกว่าไม้ระแนง 25 มม.
3. ระดับหลังไม้เชิงชายคา ต้องสูงระดับหลังแป
นี้คือ ตัวอย่างหนึ่งของข้อกำหนดของวัสดุมุงหลังคาแต่ละชนิด ถ้าไม่ปฏิบัติตามหรือละเลย แม้แต่จุดเล็กๆ หลังคาที่มุง ก็มีโอกาส รั่ว ได้ หรือการมุงกระเบื้องลอนคู่ ผู้ผลิตกำหนดให้ตัดมุมกระเบื้อง ช่างบางคนแนะนำเจ้าของบ้านว่าไม่ตัดก็ได้ สิ่งที่จะเกิดตามมาในอนาคตคือหลังคารั่ว
การแก้ไขยุ่งยากกว่าการป้องกัน และปฏิบัติให้ถูกต้องตั้งแต่แรก
ส่วนวัสดุที่ซ่อมแซมหลังคาก็มีมากมาย ทั้งอะครีลิกที่ผลิตออกมาเพื่อใช้กับงานหลังคาโดยเฉพาะ อะครีลิก ที่ว่านี้ก็มีทั้งแบบที่เป็นของ เหลว คล้ายกับครีมทาหน้า เปิดกระป๋องออกมา ก็ใช้แปรงจุ่มน้ำทาได้เลย หรือทำมาเพื่ออุดตามร่องรอยรั่ว-ซึม เป็นต้น วัสดุ หลากหลายงานซ่อมหลังคา มีให้เลือกในหลายรูปแบบ เข้าใจวัสดุสักหน่อย ปัญหายากๆ ก็จะกลายเป็นปัญหาง่ายๆ ได้
นอกจากปัญหาการมุงแล้ว การเปลี่ยนจากวัสดุมุงหลังคาประเภทหนึ่งไปเป็นอีกประเภทหนึ่ง ก็ต้องระมัดระวังเรื่องของ น้ำหนักที่โครงสร้างจะรับ ไม่ว่าโครงสร้างของหลังคาหรือโครงสร้างอาคาร เช่น เสาที่จะรับน้ำหนัก ต้องตรวจสอบว่าสามารถรับ น้ำหนักของวัสดุมุงหลังคาได้หรือไม่ เป็นต้น
ต้นไม้ที่ปลูกหรือขึ้นเองรอบบ้านนั้นใครจะคิดว่ามีผลทางฮวงจุ้ยด้วยเหมือนกัน
โดยรอบบ้านโดยเฉพาะตำแหน่งของต้นไม้ดอกหรือต้นไม้ต่างๆ ที่อยู่ในบ้านหรือรอบๆ มีผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยภายในบ้านอย่างไม่รู้ตัว
ลองมาดูกันว่าต้นไม้ที่บ้านคุณ มีอะไรถูกหลักผิดหลัก ฮวงจุ้ย ยังไงบ้าง
1.หากคุณมีต้นไผ่ในบริเวณบ้านควรเอาใจใส่เป็นพิเศษ หมั่นดูแลให้มีใบไผ่เขียวชอุ่มดกหนาอยู่รอบบ้าน
เพราะตามหลักฮวงจุ้ยจะทำให้ผู้อยู่อาศัยเกิดความร่มเย็น เป็นสิริมงคล
แต่หากปลูกแล้วไม่ดูแล ปล่อยให้ดูโหรงเหรง อย่าปลูกดีกว่าเพราะถือเป็นอัปมงคล
2.หากบ้านมีมุมแหลมชี้เข้ามาปักหน้าบ้าน ให้ปลูกต้นไม้กั้นมุมแหลมนี้ไว้
เพื่อป้องกันความไม่สบายใจจากสิ่งชั่วร้าย
หรือจะปลูกบนดินหรือใส่กระถางก็ได้ตามใจชอบ
3.ใบไม้แห้งร่วงในบริเวณบ้านมากเกินไป จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ
หรืออาจทำให้ฐานะครอบครัวตกต่ำลง ทางที่ดีควรหมั่นเก็บกวาดให้พื้นที่โดยรอบบ้านดู
สะอาดตาอยู่เสมอ
4.หากมีดอกไม้สีขาวหรือสีที่ใกล้เคียงกับสีขาวร่วงหล่นบนหลังคาบ้านเป็นอัปมงคล
ผิดหลักฮวงจุ้ย จะทำให้เกิดความทุกข์โศก
5.หากมีเถาวัลย์เลื้อยพันกำแพงบ้าน
จะส่งผลให้กิจการงานไม่ราบรื่นและติดขัดอยู่ตลอดเวลา
ด้วยลักษณะของเถาวัลย์ที่พันจะมองดูคล้ายกับมีอะไรมาฉุดดึงเอาไว้
6.หากมีกิ่งไม้ล้ำเข้าไปในบ้านหรือแผ่ปกคลุมหลังคาบ้าน
ถือว่าผิดหลักฮวงจุ้ยอย่างแรง เป็นอัปมงคล จะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วยและอับโชค
7.ไม่ควรมีต้นไม้ขวางอยู่หน้าบ้าน เป็นอัปมงคล
ทำให้เกิดการขัดข้องทั้งทางร่างกายและจิตใจ
8.ควรปลูกต้นปาล์มหรือต้นสนข้างบ้านหรือหลังบ้านให้เป็นแถวและมีระเบียบ
จะช่วยให้มีความสุขและเจริญรุ่งเรือง
9.ภายในบริเวณบ้าน ไม่ควรปลูกต้นไม้ที่ให้ผล ยิ่งเป็นผลใหญ่ๆ ยิ่งไม่ควรปลูก
เพราะจะทำให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตและกิจการงาน
10.ควรปลูกดอกไม้หรือไม้ยืนต้นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวบ้าน
เพราะนอกจากจะเป็นการเสริมสิริมงคลแล้ว ยังก่อให้เกิดโชคลาภแก่ผู้อยู่อาศัยอีกด้วย
11.ควรปลูกดอกไม้สีแดงสดทางทิศใต้ของบ้าน
จะเป็นการกระตุ้นหรือส่งเสริมโชคลาภให้แก่คนในบ้าน
12.ควรปลูกต้นไม้ทางทิศตะวันตกของบ้าน
เพราะจะทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ผู้อยู่อาศัย ทำให้อยู่เย็นเป็นสุข
ขอบคุณข้อมูลจาก horolive.com