
ปัญหาฝาเพดาน รั่ว อากาศ ร้อน มักจะเป็นปัญหาที่เกิดจากหลังคา ฉะนั้น ไม่ว่าจะมุง หลังคาด้วยวัสดุอะไรก็ตาม ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในการมุงหลังคากับวัสดุนั้นๆ อย่างเคร่งครัด วัสดุแต่ละชนิดจะมีเทคนิคการมุงเฉพาะที่ไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น
การมุงกระเบื้องโมเนีย ก็จะ มีการกำหนดว่า
1. หลังคาต้องเอียงไม่น้อยกว่า 17 องศา
2. ระดับหลังไม้เชิงชายคา รอบชายคาต้องสูงกว่าไม้ระแนง 25 มม.
3. ระดับหลังไม้เชิงชายคา ต้องสูงระดับหลังแป
นี้คือ ตัวอย่างหนึ่งของข้อกำหนดของวัสดุมุงหลังคาแต่ละชนิด ถ้าไม่ปฏิบัติตามหรือละเลย แม้แต่จุดเล็กๆ หลังคาที่มุง ก็มีโอกาส รั่ว ได้ หรือการมุงกระเบื้องลอนคู่ ผู้ผลิตกำหนดให้ตัดมุมกระเบื้อง ช่างบางคนแนะนำเจ้าของบ้านว่าไม่ตัดก็ได้ สิ่งที่จะเกิดตามมาในอนาคตคือหลังคารั่ว
การแก้ไขยุ่งยากกว่าการป้องกัน และปฏิบัติให้ถูกต้องตั้งแต่แรก
ส่วนวัสดุที่ซ่อมแซมหลังคาก็มีมากมาย ทั้งอะครีลิกที่ผลิตออกมาเพื่อใช้กับงานหลังคาโดยเฉพาะ อะครีลิก ที่ว่านี้ก็มีทั้งแบบที่เป็นของ เหลว คล้ายกับครีมทาหน้า เปิดกระป๋องออกมา ก็ใช้แปรงจุ่มน้ำทาได้เลย หรือทำมาเพื่ออุดตามร่องรอยรั่ว-ซึม เป็นต้น วัสดุ หลากหลายงานซ่อมหลังคา มีให้เลือกในหลายรูปแบบ เข้าใจวัสดุสักหน่อย ปัญหายากๆ ก็จะกลายเป็นปัญหาง่ายๆ ได้
นอกจากปัญหาการมุงแล้ว การเปลี่ยนจากวัสดุมุงหลังคาประเภทหนึ่งไปเป็นอีกประเภทหนึ่ง ก็ต้องระมัดระวังเรื่องของ น้ำหนักที่โครงสร้างจะรับ ไม่ว่าโครงสร้างของหลังคาหรือโครงสร้างอาคาร เช่น เสาที่จะรับน้ำหนัก ต้องตรวจสอบว่าสามารถรับ น้ำหนักของวัสดุมุงหลังคาได้หรือไม่ เป็นต้น
เลือกกันสาด...แบบฉลาดเลือก
การติดกันสาด
สมัยนี้ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ ทั้งนี้เพื่อให้เข้ากับตัวบ้าน เน้นความสวยงาม
การใช้งาน และตามความพึงพอใจของลูกค้า
การติดตั้งกันสาด
ถือเป็นการป้องกันความร้อน และแสงแดดไม่ให้ส่องผ่านเข้ามา และป้องกันความร้อนที่อาจสะสม
ทำให้พัดลมและเครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนัก ค่าไฟก็อาจจะเพิ่มมากขึ้นด้วย
กันสาด
ที่นำมาติดกับตัวบ้านภายหลัง มักจะมีน้ำหนักเบาๆ
เนื่องจากไม่ได้มีการเตรียมโครงสร้างของบ้านไว้รองรับ เช่น กันสาดอลูมิเนียม
ไฟเบอร์กลาส ระแนงไม้ และผ้าใบ จะให้ดีควรปรึกษาผู้รู้ก่อนติดตั้ง
เพื่อป้องกันปัญหาของโครงสร้าง
กันสาดแบบใช้งานถาวร
มีอายุการใช้งานยาวนาน คงทนถาวรใช้ค่าก่อสร้างสูง
แต่เสียค่าบำรุงรักษาและซ่อมแซมน้อย จึงคุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับระยะเวลาใช้งาน
แบ่งออกได้เป็น
-
คอนกรีตเสริมเหล็ก
-
โลหะประเภทอลูมิเนียม UPVC
หรือวัสดุสังเคราะห์อื่นๆ
-
โพลีกลาสและไฟเบอร์กลาส
-
ผ้าใบคุณภาพสูง มีทั้งชนิดติดตายและปรับได้
ควบคุมด้วยระบบมือหมุนและไฟฟ้า
วิธีการติดตั้งกันสาด มีอยู่ 3 รูปแบบคือ
1.
กันสาดแนวราบ เหมาะสำหรับหน้าต่างด้านทิศเหนือและทิศใต้
ด้านทิศเหนือ ติดกันสาดมีระยะยื่นทำมุมอย่างน้อย 10 องศากับขอบล่างของหน้าต่าง
ด้านทิศใต้ ทำมุมอย่างน้อย 37 องศากับขอบล่าง ถ้าติดตั้งได้ตามองศานี้
สามารถป้องกันแสงแดดตกกระทบได้ตลิดทั้งวัน
2.
กันสาดแนวดิ่ง เหมาะสำหรับด้านตะวันออกและตะวันตกเพราะสามารถบังแสงอาทิตย์ในช่วงเช้า
และเย็นได้ดี การออกแบบที่เหมาะสม ให้ทำมุมประมาร 30 องศากับระนาบผนัง
3.
กันสาดแบบผสม เป็นการรวมคุณสมบัติที่ดีของกันสาดในแนวราบ
และแนวดิ่งมาไว้ด้วยกัน จึงสามารถกันแสงอาทิตย์ได้ทั้งวัน
ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นให้ตัดสินใจก่อนติดตั้งกันสาด
ซึ่งคุณจะเลือกแบบใด ทั้งดีไซน์ คุณภาพ ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของตัวบ้าน
งบประมาณ และความพึงพอใจ