อุปกรณ์ไฟฟ้า
อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ
ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า มอเตอร์และอาจรวมไปถึงรถยนต์ก็ได้
เป็นเครื่องจักรกลที่เราท่านไม่น่าประมาท หรือหาทางแก้ไขซ่อมแซมเอง
ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่าเพิ่งใช้เด็ดขาด
เพราะอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านี้เมื่อโดนน้ำท่วม
ก็แสดงว่าน้ำไหลเข้าไปในเครื่องเรียบร้อยแล้ว เราไม่มีทางรู้เลยว่าเจ้าอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านี้จะป่วยไข้
เสียหายแค่ไหน การนำไปตากแดดแล้วนำมาใช้งานต่อเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อชีวิตท่าน
และอัคคีภัยในบ้านท่านมาก
จากการลัดวงจรของระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์เครื่องกลของเครื่องเหล่านั้น
แต่ถ้าหากจะยังใช้งานจริงๆ ก็มีข้อแนะนำดังนี้
-
ตลอดเวลาที่ใช้ต้องมีคนอยู่ด้วยเสมอ
เผื่อเวลาฉุกเฉินจะได้ปิดเครื่องดึงปลั๊กได้ทัน
-
ที่คัทเอ้าท์ไฟฟ้าหลักของบ้านท่าน
ต้องมีฟิวส์คุณภาพติดตั้งเสมอหากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นเมื่อใด
ต้องแน่ใจว่าวงจรไฟฟ้าจะถูกตัดออกทันที
ถ้าพื้นบ้านของท่านเป็นไม้ปาเก้
แล้วถูกน้ำท่วมก็ต้องเขาใจไว้นิดหน่อยนะครับว่า
ปาเก้หรือไม้แผ่นชนิดนี้อยู่ได้ด้วยกาวติดพื้น คสล, จึงแพ้น้ำ(ท่วม) อย่าแรง
เพราะไม้จะบวมน้ำและหลุดล่อนออกมาในที่สุดเป็นเรื่องธรรมดา
บางทีหากน้ำท่วมเป็นเวลานานๆ ก็อาจเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์แถมมาให้อีกด้วยครับ
มีวิธีการตรวจสอบแก้ไขดังนี้ครับ
-
หากปาเก้เปียกน้ำเล็กน้อยไม่ถึงกลับหลุดล่อนออกมา
แค่เช็ดทำความสะอาดแล้วเปิดประตู
หน้าต่างปล่อยให้แห้งโดยให้อากาศถ่ายเทความชื้นออกไป ปาเก้จะเป็นปกติได้ไม่ยาก
แต่ระวังว่าเมื่อปาเก้ยังชื้นอยู่ไม่ควรเอาสารทาทับหน้าไปทาทับ เนื่องจากจะไปเคลือบผิวไม่ให้ความชื้นในเนื้อไม้ระเหยออกมา
-
หากปาเก้มีอาการบิดง้อ
ปูดโปน เบี้ยวบูด
กรุณาเลาะออกมาทันทีครับและหากยังอยู่ในสภาพดีก็ผึ่งลมให้แห้งอาจนำมาใช้ประโยชน์ได้
-
หากท่านจะซ่อมแซมพื้นใหม่
ด้วยการเอาวัสดุปูพื้นชนิดใหม่ที่คงทนถาวรทนน้ำได้มากกว่า เช่น กระเบื้อง
หรือหินอ่อน แกรนิต เหล่านี้
ต้องระวังอย่างยิ่งเรื่องน้ำหนักวัสดุที่จะปูทับหน้าว่าโครงสร้างเดิมจะรับน้ำหนักได้หรือไม่
ไม่ควรทำไปดื้อๆ เลยเพราะบ้านท่านอาจเสียหายได้
-
หากรื้อหรือซ่อมแซมแล้ว
ต้องการปูปาเก้เหมือนเดิม หรือใช้วัสดุอื่นที่ใช้กาวเป็นตัวประสานเช่นกัน เช่น
กระเบื้องยาง อย่าปูทับทันทีครับ
ต้องรอให้พื้นคอนกรีตแห้งเสียก่อนแล้วจึงปูลงไปได้ ไม่เช่นนั้น
ถึงน้ำไม่ท่วมก็รับรองว่าล่อนออกมาอีกแน่นอน
ระบบไฟฟ้า
ขณะน้ำท่วมทุกบ้านคงจะปิดวงจรไฟฟ้าหรือคัทเอ้าท์ทั่วทั้งบ้านทำให้ไม่มีกระแสไฟฟ้าเดินในระบบ
ซึ่งลดอันตรายแก่ผู้อยู่อาศัย และแก้ปัญหาจากไฟฟ้าลัดวงจรได้อย่างแน่นอน
แต่เมื่อน้ำลดลงควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านของท่าน ดังนี้
-
เปิดคัทเอ้าท์ให้มีกระแสไฟฟ้าเข้ามา
ถ้าปลั๊กหรือจุดใดจุดหนึ่งในระบบยังเปียกชื้นอยู่
คัทเอ้าท์จะตัดไฟและฟิวส์จะขาดให้เปลี่ยนฟิวส์แล้วทิ้งไว้ 1 วัน
ให้ความชื้นระเหยออกไปแล้วลองทำใหม่
หากยังเป็นเหมือนเดิมคงต้องตามช่างไฟมาแก้ไขดีกว่าเสี่ยงชีวิต
-
เมื่อทดสอบผ่านขั้นตอนแรกไปแล้ว
ลองทดสอบเปิดไฟฟ้าทีล่ะจุดและทดสอบกระแสไฟฟ้าในปลั๊กว่ามาปกติหรือไม่
ด้วยไขควงทดสอบไฟ หากทุกจุดทำงานได้ก็สบายใจได้ หากมีปัญหาอยู่ต้องรอให้ความชื้นระเหยออกก่อน
ถ้ายังมีปัญหาก็คงต้องตามช่างมาแก้ไขหรือเปลี่ยนปลั๊ก/สวิตซ์เหล่านั้น
-
ลองดับไฟทุกจุดในบ้าน
ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทั้งหมด
แต่ยังเปิดคัทเอ้าท์ไว้แล้ววิ่งไปดูมิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้านว่าหมุนหรือไม่
หากไม่เคลื่อนไหวแสดงว่าไฟฟ้าในบ้านเราไม่น่าจะรั่ว
แต่ถ้ามิเตอร์หมุนแสดงว่าไฟฟ้าในบ้านท่านอาจจะรั่วได้ให้รีบตามช่างไฟมาดูแลโดยเร็ว
-
หากพอมีงบประมาณสำหรับปรับเปลี่ยนระบไฟฟ้าในบ้านของท่าน
แนะนำให้ตัดปลั๊กไฟในระดับต่ำๆ ในบ้านชั้นล่างออกให้หมด (ถ้าคิดว่าน้ำท่วมอีกแน่ๆ)
แล้วปรับตำแหน่งปลั๊กไฟไปอยู่ที่ระดับประมาณ 1.10 – 1.50 เมตร
หลังจากนั้นควรแยกวงจรไฟฟ้าออกเป็น 2 – 3 วงจร คือ
1.
วงจรไฟฟ้าสำหรับบ้านชั้นล่างและไฟฟ้าภายนอกอาคาร (ที่น้ำอาจท่วมถึง)
2.
วงจรไฟฟ้าสำหรับบ้านชั้นบนขึ้นไป (ที่น้ำท่วมไม่ถึง)
3.
วงจรสำหรับเครื่องปรับอากาศ หรือดียิ่งกว่านั้นคือ
มีวงจรที่การกระทำดังกล่าวจะทำให้ท่านควบคุมการเปิด-ปิดวงจรไฟฟ้าในบ้านได้อย่างอิสระ
และง่ายต่อการซ่อมแซมบำรุงรักษา
4. วงจรสำหรับส่วนครัวและตู้เย็น
(สำหรับเมื่อออกจากบ้านนานๆ แล้วของในตู้เย็นจะได้ไม่เสีย)