บ้านต้องมีการดูแลรักษา บ้านคือ ที่พักพิงอันอบอุ่นและเป็นที่พักยามเหนื่อยล้า
การเรียนรู้ที่จะรักษาดูแลบ้านเพื่อชะลอการเสื่อมสลายรวมทั้งประหยัดเงินด้วยจึงเป็นเรื่องที่ผู้เป็นเจ้าของบ้านควรใส่ใจเป็นพิเศษ
ขั้นตอนการทำงานในการดูแลบ้านให้ดูดี
ขั้นตอนที่ 1
สภาพแวดล้อมของบ้าน ฝุ่นละออง แสงสว่าง ความร้อนและความชื้น
ทั้งหมดนี้ล้วนมีผลกระทบต่อสภาพของการตกแต่งในบ้าน
ถ้าไม่ระวัง ข้าวของต่างๆ มีสิทธิ์ที่จะเสื่อมสภาพไปได้เหมือนกัน เช่น
แสงแดดที่มากเกินไปมักเป็นอันตรายต่อวัสดุตามธรรมชาติทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นไม้ ผ้า
สีย้อมตามธรรมชาติทุกชนิดและกระดาษ จึงควรหลีกเลี่ยงพยายามไม่ให้ภาพวาด
เฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือผ้าม่านสวยๆ ต้องถูกแสงแดดโดยตรง
โดยการหามู่ลี่มาปิดกันแสงไว้เสีย
ขั้นตอนที่ 2
สัตว์นำโรคและแมลงไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
คงเป็นเรื่องยากที่จะหลีกหนี บรรดาสัตว์นำโรคต่างๆ เช่น หนู แมลงสาบ แมลงกินผ้า มด
ยุง วิธีหนึ่งที่พอจะรับมือกับบรรดาสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก็คือ
การหมั่นดูดฝุ่นและทำความสะอาดบริเวณเหล่านี้ให้ดีหมั่นตรวจสอบรอบๆ บ้าน
เมื่อพบเจออะไรที่ผิดปกติก็ควรรีบหาทางแก้ไขเสียแต่เนิ่นๆ
แต่การกำจัดแมลงหรือสัตว์ในบ้านบางชนิดอาจต้องใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย
หากสุดความสามารถจริงๆ แล้วก็อาจต้องพึ่งบริษัทกำจัดแมลง
ขั้นตอนที่ 3
ดูแลของเก่าในบ้าน สิ่งที่เป็นศัตรูสำหรับของเก่าในบ้านก็คือ
สภาพแวดล้อมต่างๆ ซึ่งมีหลักง่ายๆ ว่าอย่าให้อากาศโดยรอบแห้งจนเกินไป
อย่าให้ถูกแสงแดดตรงๆ โดยตั้งไว้ในที่ที่จะถูกกระทบได้น้อยที่สุด
ไม่ว่าจะโดนคนหรือของตกแต่งชิ้นอื่นและเคลื่อนย้ายหรือจับต้องอย่างเบามือ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับของที่บอบบางหรือแตกได้ง่าย
ขั้นตอนที่ 4
เฟอร์นิเจอร์ไม้ ควรจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ถูกที่
โดยไม่ให้อยู่ใกล้แหล่งความร้อนหรือตั้งบนพื้นที่เปียกชื้น
แต่ควรตั้งในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก และมีอุณหภูมิของอากาศที่ค่อนข้างคงที่
ถึงแม้จะเป็นไม้เก่าแค่ไหนก็ต้องระวังเรื่องแสงสว่างให้มาก อย่าให้ถูกแสงแดด
แสงสปอตไลท์ และแสงจากโคมไฟโดยตรง
รอยขีดข่วนของข้าวของที่วางบนเฟอร์นิเจอร์ไม้และรอยหยดน้ำต่างๆ เหล่านี้
ล้วนมีผลต่อความงามของเนื้อไม้ทั้งสิ้น
ทางที่ดีควรจัดหาแผ่นรองแก้วและสิ่งของอื่นๆเพื่อไม่ให้สัมผัสกับพื้นผิวของไม้โดยตรง
และปัดฝุ่นอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้แมลงมาอาศัยเจาะกินเนื้อไม้ได้
ขั้นตอนที่ 5
ภาพวาดทั้งภาพสีน้ำและสีน้ำมันซึ่งจะมีองค์ประกอบของภาพจำพวกไม้
ผ้าใบ สีฝุ่น น้ำมันเคลือบเงา ล้วนเปลี่ยนแปลงได้ตามอุณหภูมิที่ขึ้นลง ภาพสวยๆ
อาจจะหดงอ บิดเบี้ยวหรือแตกได้ถ้าได้รับความร้อนมากเกินไปเพราะฉะนั้นควรแขวน
ขอบคุณข้อมูลจาก learnersดอทไอเอ็นดอนทีเฮท
ตามหลักจิตวิทยาและทฤษฎีสีกล่าวไว้ว่า สีมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึกของคนเรา เนื่องจากสีของผนังห้องมีผลทำให้คนที่พักอาศัยอยู่นั้นรู้สึกเย็นลงหรืออบอุ่นขึ้นได้...ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ย การเลือกใช้โทนสีให้ถูกต้อง
จะต้องคำนึงถึงธาตุหรือวันเกิดของเจ้าของบ้านด้วย อย่างเช่นหากคุณเป็นคนธาตุน้ำ ควรเลือกใช้สีอ่อนในการทาผนังห้อง หรืออาจอ้างอิงจากฤดูกาลที่เกิดก็ได้ เช่น หากคุณเกิดในฤดูหนาว ควรเลือกใช้สีสว่างๆ อย่างสีชมพู หรือสีเขียวจัด กับห้องนอนของตน ในขณะที่คนเกิดในฤดูร้อน สีฟ้าอ่อนหรือสีตองอ่อน ดูจะเหมาะสมกว่า
นอกจากนี้ สีต่างๆ ก็ให้ความหมายที่เป็นมงคลแตกต่างกันออกไป เช่น
- สีแดง คือสีอันเป็นมงคลในหมู่ชาวจีน และหมายถึงความร่าเริงในทางสากล
- สีม่วง คือสีที่แสดงความรู้สึกเคารพนอบน้อม
- สีเหลือง คือสีของดวงตะวัน หมายถึงความรุ่งเรืองและอายุยืน
- สีเขียว คือสีของอารมณ์ริษยา และสีแห่งความสงบ-สดชื่น
- สีขาว คือสีแห่งความหดหู่ในหมู่ชาวจีน แต่หมายถึงความบริสุทธิ์ในทางสากล
:: ข้อควรระวังในการเลือกใช้สี ::
คุณไม่ควรจะเลือกใช้สีใดสีหนึ่งล้วนๆ โดยไม่มีสีอื่นแทรกเลยแม้แต่น้อย อย่างเช่น คุณชอบสีขาว จึงทาผนังห้องทุกห้องเป็นสีขาว รวมทั้งใช้ผ้าม่านและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในโทนสีขาวหมด
การตกแต่งแบบนี้อาจส่งผลในภายหลังให้คุณรู้สึกอ่อนเพลียและหมดความกระชุ่มกระชวยลง ทางที่ดีควรจะเบรกการใช้สีใดสีหนึ่งล้วนๆ ด้วยการเพิ่มสีสันอื่นๆ ลงไปบ้าง ทั้งนี้เพื่อสร้างความสดใจและส่งผลดีต่อจิตใจของผู้อยู่อาศัยนั่นเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก Homepro
ในเรื่องการติดผ้าม่าน
ปัญหาที่พบส่วนใหญ่เลย คือ เรื่องของฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บนตามผ้า
แล้วก็ค่อนข้างลำบากในการถอดไปซัก หากปล่อยให้ฝุ่นละอองจับไว้นานๆ
ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพได้
ส่วนการติดมู่ลี่
ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี เพราะในปัจจุบัน มู่ลี่มีหลายประเภท หลากสีสัน
สามารถหลีกหนีความจำเจ ความน่าเบื่อ การทำความสะอาดก็ค่อนข้างง่าย
สำหรับทางเลือกในการติดตั้งมู่ลี่ ก็อาจจะดูตามความเหมาะสม รูปแบบห้อง รูปแบบบ้าน
มู่ลี่ไม้ไผ่
– เหมาะกับบ้านหรืออาคารที่ต้องการใกล้ชิดกับธรรมชาติโดยเฉพาะโรงแรมหรือรีสอร์ท
จะนิยมนำไปใช้ในการตกแต่งห้องพักเนื่องจากมีความเป็นธรรมชาติสูง
ทำให้ผู้พักอาศัยเกิดความกลมกลืนไปกับธรรมชาติได้เป็นอย่างดี
มู่ลี่ไม้
– เหมาะกับบ้านหรืออาคารที่ต้องการความอลังการ
เนื่องจากมู่ลี่ไม้ทำมาจากไม้เนื้อแข็งจากธรรมชาติ เมื่อติดตั้งแล้วจะทำให้ห้องๆ
เกิดความภูมิฐานขึ้นมาทันที แต่แน่นอนว่า ราคาค่าวัสดุก็ย่อมสูงกว่า
มู่ลี่อลูมิเนียม
– เป็นมู่ลี่ที่ได้รับความนิยมสูงในอาคารสำนักงานตลอดจนห้องทำงานในบ้าน
ที่ต้องการความเรียบง่าย เนื่องจากใบทำจากอลูมิเนียม
และประโยชน์ในการใช้งานที่ให้ประสิทธิภาพในการปรับแสงของห้องเป็นอย่างดี
ทำให้มู่ลี่ประเภทนี้ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
สำหรับวิธีการดูแลและรักษาความสะอาด
ปรับใบปิดให้สนิท ใช้ไม้ขนไก่ปัดแล้วตามด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำหมาดๆ
เช็ดบริเวณที่สกปรกไปในทิศทางเดียวกัน
การติดมู่ลี่นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ที่เจ้าของบ้านเริ่มหันมานิยมมากขึ้น รวมถึงอาคารสำนักงานต่างๆ ก็ด้วยเช่นเดียวกัน